ดูฝนดาวตก ปฏิทินฝนดาวตกประจำปี
ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นและทุกคนสามารถชมได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนที่ผ่านเศษซากที่ดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยทิ้งไว้ เศษซากเหล่านี้เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศจนเกิดเป็นแสงวาบพาดผ่านท้องฟ้า ทุกปีมีฝนดาวตกหลายครั้ง บางครั้งอาจเห็นดาวตกได้มากกว่า 100 ดวงต่อชั่วโมง
ฝนดาวตกสำคัญครึ่งแรกของปี
ควอดแรนทิดส์ (Quadrantids) ช่วงต้นเดือนมกราคม มีอัตราดาวตกสูงสุดถึง 120 ดวงต่อชั่วโมง แต่ช่วงพีคสั้นเพียง 6 ชั่วโมง ลีริดส์ (Lyrids) ช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายน มีอัตราดาวตกประมาณ 18 ดวงต่อชั่วโมง อีตาอควอริดส์ (Eta Aquariids) ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เกิดจากเศษซากดาวหางฮัลเลย์ มีอัตราดาวตกประมาณ 50 ดวงต่อชั่วโมง เห็นได้ดีจากซีกโลกใต้แต่จากเมืองไทยก็ชมได้
ฝนดาวตกสำคัญครึ่งหลังของปี
เพอร์เซอิดส์ (Perseids) ช่วงกลางเดือนสิงหาคม เป็นฝนดาวตกยอดนิยมที่สุดเพราะมีอัตราดาวตกสูงถึง 100 ดวงต่อชั่วโมงและอยู่ในช่วงที่อากาศอบอุ่น ลีโอนิดส์ (Leonids) ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ปกติมีอัตราดาวตก 15 ดวงต่อชั่วโมง แต่ทุกๆ 33 ปีจะเกิดพายุดาวตกที่มีอัตราสูงหลายพันดวง เจมินิดส์ (Geminids) ช่วงกลางเดือนธันวาคม เป็นฝนดาวตกที่มีอัตราดาวตกสูงสุดของปี ถึง 150 ดวงต่อชั่วโมง ดาวตกมีหลายสีและเคลื่อนที่ช้า สวยงามมาก
เทคนิคดูฝนดาวตกให้เห็นมากที่สุด
นอนราบบนเสื่อหรือเก้าอี้เอนได้ มองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างๆ อย่าจ้องจุดเดียว ให้กวาดสายตาไปทั่ว ดาวตกอาจปรากฏได้ทุกทิศทาง ไม่จำเป็นต้องมองไปที่จุดกระจาย (Radiant) โดยตรง ให้ดวงตาปรับตัวกับความมืดอย่างน้อย 20-30 นาที ห้ามดูมือถือเพราะจะทำให้ตาเสียการปรับตัว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือหลังเที่ยงคืนจนถึงก่อนรุ่งสาง เพราะด้านท้องฟ้าที่หันไปรับอุกกาบาตจะหันขึ้นเหนือศีรษะ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดูฝนดาวตก
แสงจันทร์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ถ้าดวงจันทร์เต็มดวงในคืนที่ฝนดาวตกพีค จะทำให้เห็นดาวตกน้อยลงมาก ควรเช็คปฏิทินจันทรคติล่วงหน้า สภาพอากาศก็สำคัญ เมฆแม้เพียงบางส่วนก็บังดาวตกได้ มลพิษทางแสงในเมืองทำให้เห็นดาวตกน้อยลง ยิ่งออกห่างจากเมืองมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นดาวตกจำนวนมากขึ้น จำนวนดาวตกที่บอกเป็นอัตราสูงสุดทางทฤษฎี จริงๆ แล้วจะเห็นน้อยกว่านั้นตามสภาพแวดล้อม