ดาวเคราะห์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีทั้งหมด 8 ดวง แต่มี 5 ดวงที่สว่างเพียงพอจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ มนุษย์รู้จักดาวเคราะห์เหล่านี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากดาวฤกษ์ คือเคลื่อนที่ไปบนท้องฟ้าเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ที่อยู่กับที่
ดาวศุกร์ ดาวที่สว่างที่สุด
ดาวศุกร์เป็นวัตถุท้องฟ้าที่สว่างที่สุดรองจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ สว่างจนมองเห็นได้แม้ในท้องฟ้าสนธยา คนไทยเรียกว่า "ดาวประจำเมือง" เมื่อเห็นในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และ "ดาวประกายพรึก" เมื่อเห็นในตอนเย็นหลังพระอาทิตย์ตก ดาวศุกร์ไม่เคยอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากนัก จึงเห็นได้เฉพาะในช่วงหัวค่ำหรือเช้ามืดเท่านั้น เมื่อมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นว่าดาวศุกร์มีข้างขึ้นข้างแรมเหมือนดวงจันทร์
ดาวพฤหัสบดี ยักษ์ใหญ่แห่งระบบสุริยะ
ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด สว่างเป็นอันดับสองรองจากดาวศุกร์ ให้แสงนวลสม่ำเสมอไม่กระพริบ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ในการแยกดาวเคราะห์จากดาวฤกษ์ที่กระพริบแสง เมื่อใช้กล้องส่องทางไกลขนาด 10x50 จะเห็นดวงจันทร์บริวาร 4 ดวงของกาลิเลโอ เรียงเป็นแถวข้างดาวพฤหัสบดี ส่วนกล้องโทรทรรศน์ขนาดกลางจะเห็นแถบเมฆและจุดแดงใหญ่ (Great Red Spot) ที่เป็นพายุขนาดมหึมา
ดาวเสาร์ ดาวแห่งวงแหวน
ดาวเสาร์สว่างพอสมควร มีสีเหลืองอมน้ำตาล มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ง่าย แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงจะเห็นได้เมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ที่กำลังขยายตั้งแต่ 25 เท่าขึ้นไป เพราะจะเห็นวงแหวนอันโด่งดังของดาวเสาร์ได้อย่างชัดเจน วงแหวนของดาวเสาร์ประกอบด้วยเศษน้ำแข็งและหินขนาดเล็กโคจรรอบดาว มุมเอียงของวงแหวนเปลี่ยนไปตลอดเวลา บางปีวงแหวนจะเอียงให้เห็นเต็มที่ บางปีจะเอียงจนแทบมองไม่เห็น
ดาวอังคาร ดาวพุธ และวิธีแยกดาวเคราะห์จากดาวฤกษ์
ดาวอังคารโดดเด่นด้วยสีแดงส้ม สว่างมากเป็นพิเศษในช่วงที่เข้าใกล้โลก (Opposition) ซึ่งเกิดขึ้นทุกๆ ประมาณ 2 ปี ส่วนดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่สังเกตยากที่สุดเพราะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก เห็นได้เฉพาะช่วงหัวค่ำหรือเช้ามืดใกล้ขอบฟ้าเท่านั้น วิธีง่ายๆ ในการแยกดาวเคราะห์จากดาวฤกษ์คือ ดาวฤกษ์จะกระพริบแสงเพราะอยู่ไกลมาก ส่วนดาวเคราะห์จะให้แสงนิ่งสม่ำเสมอเพราะมีขนาดปรากฏใหญ่กว่า นอกจากนี้ดาวเคราะห์จะอยู่ใกล้แนวสุริยวิถี (Ecliptic) คือแนวเส้นทางที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เคลื่อนผ่านบนท้องฟ้า